ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา
การสัมมนาวิชาการประจำปี 2549 |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง? (Toward a Decade after the Economic Crisis: Lessons and Reforms) |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 ธันวาคม 2549 โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
- ความเป็นมา - สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยได้ดำเนินการจัดการสัมมนาวิชาการประจำปีอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี โดยในแต่ละปีสถาบันฯ จะเลือกหัวข้อของการสัมมนาซึ่งคาดว่าจะเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในช่วงนั้น และจัดการสัมมนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สามประการคือ 1) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของการสัมมนา 2) เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งจะมาจากกลุ่มต่างๆ ที่หลากหลาย รวมถึงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน และ 3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาร่วมกันแสวงหาข้อเสนอแนะทางด้านยุทธศาสตร์และการดำเนินการที่เหมาะสมในเรื่องที่เกี่ยวกับหัวข้อของการสัมมนา สำหรับในปีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สิบหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เริ่มในปี 2540 จึงเห็นควรนำประเด็นที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จากวิกฤตเศรษฐกิจ และการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของการกำกับดูแลเศรษฐกิจไทยมาเป็นเนื้อหาหลักของการสัมมนาในช่วงปลายปี การสัมมนาจะพิจารณาบทเรียนที่ได้จากวิกฤตเศรษฐกิจ การปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ และสิ่งที่ยังต้องดำเนินการปรับปรุงต่อไปเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจสามารถมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคตอย่างแท้จริง การสัมมนาจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 ธันวาคม 2549 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี - องค์ประกอบและเนื้อหาของการสัมมนา - องค์ประกอบของการสัมมนาจะแบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นการร่วมอภิปรายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อ สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง? ส่วนที่สองเป็นการสรุปเนื้อหาของเอกสารวิจัยที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการสัมมนาโดยผู้แทนจากคณะวิจัย ส่วนที่สามเป็นการแบ่งผู้เข้าร่วมการสัมมนาออกเป็นสี่กลุ่มย่อยเพื่อร่วมระดมความคิดในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อหาของหัวข้อการสัมมนา และส่วนที่สี่เป็นการนำเสนอผลของการประชุมกลุ่มย่อยในที่ประชุมรวม สำหรับหัวข้อในการแยกกลุ่มเพื่อร่วมระดมความคิดเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้จากวิกฤตเศรษฐกิจและการปรับปรุงที่ผ่านมานั้น จะแยกออกเป็นสี่หัวข้อหลัก ดังนี้ 1. การปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจในระดับมหภาค วิกฤตเศรษฐกิจได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed Exchange Rate) ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศไทยได้ใช้มาเป็นเวลาประมาณ 50 ปี มาเป็นระบบการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Managed Float) ในเวลาเดียวกัน ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว นโยบายการเงินเป็นนโยบายที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการบริหารระบบเศรษฐกิจมหภาค และธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเอาระบบนโยบายการเงินที่กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) มาใช้ตั้งแต่ปี 2543 โดยกำหนดเป้าของอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ระหว่างร้อยละ 0-3.5 มาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้น ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา นโยบายการคลัง หรือกึ่งการคลัง ในเชิงประชานิยม เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งถ้าใช้นโยบายประเภทนี้มากเกินไป ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาระบบการบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของระบบในการบริหารความผันผวนและความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจ และเสนอแนะมาตรการต่างๆ ที่ควรมีการปรับปรุงในอนาคต นอกจากการเปลี่ยนการบริหารเศรษฐกิจมหภาคภายในประเทศแล้ว ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกได้ริเริ่มความร่วมมือทางการเงินระหว่างกันหลายด้านโดยมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินของภูมิภาค มีการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนบวกสาม (ASEAN+3) มีการริเริ่มความร่วมมือทางด้านทุนสำรองระหว่างประเทศ (Chiang Mai Initiative) และทางด้านการพัฒนาตลาดพันธบัตรของภูมิภาค (Asian Bond Market) โดยหวังว่าความร่วมมือเหล่านี้จะสามารถป้องกันไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นในภูมิภาคอีกในอนาคต นอกจากในระดับภูมิภาค หลังวิกฤตเศรษฐกิจก็ได้มีการพูดกันมากเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูประบบการเงินของโลก เพื่อลดความผันผวนและลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการเงินในอนาคต แต่จนถึงบัดนี้ การปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมยังมีน้อยมาก ประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคและการปฏิรูประบบการเงินของโลกที่สัมพันธ์กับการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของไทยจะร่วมอยู่ในการพิจารณาของกลุ่มนี้ด้วย 2. ความเปลี่ยนแปลงในภาคการเงินและในการอภิบาลบริษัท เหตุผลหนึ่งที่หลายๆ ฝ่ายชี้ว่าอยู่เบื้องหลังวิกฤตเศรษฐกิจ คือการขาดธรรมาภิบาลในระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ ไม่ว่าทางด้านการบริหารระบบเศรษฐกิจ หรือการบริหารองค์กรเศรษฐกิจต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน หรือธุรกิจต่างๆ คำที่ใช้กันมากในระดับสากลคือคำว่า Crony Capitalism หรืออาจจะเรียกว่าระบบเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์แก่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และลิ่วล้อ และถ้าศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนวิกฤต จะเห็นชัดว่ามีพฤติกรรมที่สวนทางกับหลักของธรรมาภิบาลหรือการบริหารกิจการที่ดีอยู่มากมาย หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ได้มีความพยายามที่จะปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลของประเทศด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าทางด้านการกำกับดูแลสถาบันการเงินและตลาดทุน หรือการปรับปรุงการบริหารจัดการในระดับองค์กร ทั้งสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ กลุ่มนี้จะพิจารณามาตรการต่างๆ ที่ได้นำมาใช้เพื่อสร้างธรรมาภิบาลของระบบเศรษฐกิจและองค์กรต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ และเสนอแนะสิ่งที่ควรต้องมีการปรับปรุงต่อไป 3. ธรรมาภิบาลทางการเมืองกับนโยบายทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจและการเมืองเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและแยกจากกันได้ยาก เนื่องจากภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาลทางการเมืองจึงมีผลโดยตรงต่อนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองขาดธรรมาภิบาล นโยบายเศรษฐกิจก็อาจจะผิดทิศทางและนำพาประเทศไปสู่ความเสี่ยงหรือแม้กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตการเมืองได้ การร่วมระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาประเด็นสืบเนื่องจากการขาดธรรมาภิบาลทางการเมืองที่มีผลต่อนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เช่น เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ในกระบวนการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างการผูกขาดทางเศรษฐกิจกับการผูกขาดทางการเมือง เป็นต้น การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะรวมไปถึงแนวทางในการปฏิรูประบบการเมืองการปกครองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจด้วย 4. การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ประชาชนหลายล้านคนต้องตกงานหรือต้องรับภาระที่หนักหน่วงทางด้านเศรษฐกิจ ในช่วงนั้น ระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection System) ไม่สามารถช่วยผู้ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจได้มากนัก เงินช่วยเหลือจากทั้งในประเทศและจากต่างประเทศไม่สามารถนำมาใช้ได้เร็วพอที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ถูกกระทบอย่างเต็มที่ และชุมชนและท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็งพอที่จะรองรับต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากนัก อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมหลายด้าน โดยเฉพาะได้มีการให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างความเข้าใจต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งแนวทางเหล่านี้น่าจะทำให้ชุมชนและท้องถิ่นมีภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีกว่าเดิม ในเวลาเดียวกัน ระบบคุ้มครองทางสังคมได้มีการพัฒนาให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่นในเรื่องการให้บริการทางด้านสุขภาพ ดังนั้น สังคมโดยรวมน่าจะสามารถดูแลผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็คงยังมีช่องว่างที่ต้องปรับปรุงต่อไปอีกหลายด้าน การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นสืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม เพื่อประเมินประสิทธิภาพโดยรวมในการที่จะรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ถ้าเกิดขึ้นมาอีก และเสนอแนวทางในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น และระบบคุ้มครองทางสังคมต่อไป - หน่วยงานร่วมจัด - หน่วยงานที่ร่วมจัดการสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย - ผู้เข้าร่วมการสัมมนา - ผู้เข้าร่วมการสัมมนาจะประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน นักวิชาการ และตัวแทนของภาคประชาชน รวมทั้งสิ้นประมาณ 600 คน
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||