[in English]

 

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา

การสัมมนาวิชาการประจำปี 2549
“สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง?”
(Toward a Decade after the Economic Crisis: Lessons and Reforms)
วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 ธันวาคม 2549
โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุร

- ความเป็นมา -

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยได้ดำเนินการจัดการสัมมนาวิชาการประจำปีอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่ายี่สิบปี โดยในแต่ละปีสถาบันฯ จะเลือกหัวข้อของการสัมมนาซึ่งคาดว่าจะเป็นหัวข้อที่มีความสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในช่วงนั้น และจัดการสัมมนาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สามประการคือ 1) เพื่อนำเสนอผลการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อของการสัมมนา 2) เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนา ซึ่งจะมาจากกลุ่มต่างๆ ที่หลากหลาย รวมถึงภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาชน และ 3) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาร่วมกันแสวงหาข้อเสนอแนะทางด้านยุทธศาสตร์และการดำเนินการที่เหมาะสมในเรื่องที่เกี่ยวกับหัวข้อของการสัมมนา

สำหรับในปีนี้ เนื่องจากเป็นปีที่ประเทศกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่สิบหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เริ่มในปี 2540 จึงเห็นควรนำประเด็นที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จากวิกฤตเศรษฐกิจ และการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนของการกำกับดูแลเศรษฐกิจไทยมาเป็นเนื้อหาหลักของการสัมมนาในช่วงปลายปี การสัมมนาจะพิจารณาบทเรียนที่ได้จากวิกฤตเศรษฐกิจ การปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ และสิ่งที่ยังต้องดำเนินการปรับปรุงต่อไปเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจสามารถมีภูมิคุ้มกันต่อวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคตอย่างแท้จริง

การสัมมนาจะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 ธันวาคม 2549 ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี

- องค์ประกอบและเนื้อหาของการสัมมนา -

องค์ประกอบของการสัมมนาจะแบ่งออกเป็นสี่ส่วนหลัก ส่วนแรกเป็นการร่วมอภิปรายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อ “สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง?” ส่วนที่สองเป็นการสรุปเนื้อหาของเอกสารวิจัยที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการสัมมนาโดยผู้แทนจากคณะวิจัย ส่วนที่สามเป็นการแบ่งผู้เข้าร่วมการสัมมนาออกเป็นสี่กลุ่มย่อยเพื่อร่วมระดมความคิดในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับเนื้อหาของหัวข้อการสัมมนา และส่วนที่สี่เป็นการนำเสนอผลของการประชุมกลุ่มย่อยในที่ประชุมรวม

สำหรับหัวข้อในการแยกกลุ่มเพื่อร่วมระดมความคิดเกี่ยวกับบทเรียนที่ได้จากวิกฤตเศรษฐกิจและการปรับปรุงที่ผ่านมานั้น จะแยกออกเป็นสี่หัวข้อหลัก ดังนี้

1. การปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจในระดับมหภาค

วิกฤตเศรษฐกิจได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ (Fixed Exchange Rate) ซึ่งเป็นระบบที่ประเทศไทยได้ใช้มาเป็นเวลาประมาณ 50 ปี มาเป็นระบบการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Managed Float) ในเวลาเดียวกัน ภายใต้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว นโยบายการเงินเป็นนโยบายที่มีบทบาทสำคัญสำหรับการบริหารระบบเศรษฐกิจมหภาค และธนาคารแห่งประเทศไทยได้นำเอาระบบนโยบายการเงินที่กำหนดเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) มาใช้ตั้งแต่ปี 2543 โดยกำหนดเป้าของอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ระหว่างร้อยละ 0-3.5 มาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้น ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา นโยบายการคลัง หรือกึ่งการคลัง ในเชิงประชานิยม เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งถ้าใช้นโยบายประเภทนี้มากเกินไป ก็อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาระบบการบริหารเศรษฐกิจมหภาคที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของระบบในการบริหารความผันผวนและความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจ และเสนอแนะมาตรการต่างๆ ที่ควรมีการปรับปรุงในอนาคต

นอกจากการเปลี่ยนการบริหารเศรษฐกิจมหภาคภายในประเทศแล้ว ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกได้ริเริ่มความร่วมมือทางการเงินระหว่างกันหลายด้านโดยมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการเงินของภูมิภาค มีการรวมกลุ่มประเทศอาเซียนบวกสาม (ASEAN+3) มีการริเริ่มความร่วมมือทางด้านทุนสำรองระหว่างประเทศ (Chiang Mai Initiative) และทางด้านการพัฒนาตลาดพันธบัตรของภูมิภาค (Asian Bond Market) โดยหวังว่าความร่วมมือเหล่านี้จะสามารถป้องกันไม่ให้วิกฤตเศรษฐกิจเกิดขึ้นในภูมิภาคอีกในอนาคต นอกจากในระดับภูมิภาค หลังวิกฤตเศรษฐกิจก็ได้มีการพูดกันมากเกี่ยวกับความจำเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูประบบการเงินของโลก เพื่อลดความผันผวนและลดความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการเงินในอนาคต แต่จนถึงบัดนี้ การปฏิรูปที่เป็นรูปธรรมยังมีน้อยมาก ประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคและการปฏิรูประบบการเงินของโลกที่สัมพันธ์กับการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของไทยจะร่วมอยู่ในการพิจารณาของกลุ่มนี้ด้วย

2. ความเปลี่ยนแปลงในภาคการเงินและในการอภิบาลบริษัท

เหตุผลหนึ่งที่หลายๆ ฝ่ายชี้ว่าอยู่เบื้องหลังวิกฤตเศรษฐกิจ คือการขาดธรรมาภิบาลในระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ ไม่ว่าทางด้านการบริหารระบบเศรษฐกิจ หรือการบริหารองค์กรเศรษฐกิจต่างๆ เช่น สถาบันการเงิน หรือธุรกิจต่างๆ คำที่ใช้กันมากในระดับสากลคือคำว่า Crony Capitalism หรืออาจจะเรียกว่าระบบเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์แก่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง และลิ่วล้อ และถ้าศึกษาสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนวิกฤต จะเห็นชัดว่ามีพฤติกรรมที่สวนทางกับหลักของธรรมาภิบาลหรือการบริหารกิจการที่ดีอยู่มากมาย

หลังจากวิกฤตเศรษฐกิจ ได้มีความพยายามที่จะปรับปรุงระบบธรรมาภิบาลของประเทศด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าทางด้านการกำกับดูแลสถาบันการเงินและตลาดทุน หรือการปรับปรุงการบริหารจัดการในระดับองค์กร ทั้งสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ กลุ่มนี้จะพิจารณามาตรการต่างๆ ที่ได้นำมาใช้เพื่อสร้างธรรมาภิบาลของระบบเศรษฐกิจและองค์กรต่างๆ รวมทั้งวิเคราะห์ประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ และเสนอแนะสิ่งที่ควรต้องมีการปรับปรุงต่อไป

3. ธรรมาภิบาลทางการเมืองกับนโยบายทางเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจและการเมืองเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดและแยกจากกันได้ยาก เนื่องจากภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ ธรรมาภิบาลทางการเมืองจึงมีผลโดยตรงต่อนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองขาดธรรมาภิบาล นโยบายเศรษฐกิจก็อาจจะผิดทิศทางและนำพาประเทศไปสู่ความเสี่ยงหรือแม้กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตการเมืองได้ การร่วมระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาประเด็นสืบเนื่องจากการขาดธรรมาภิบาลทางการเมืองที่มีผลต่อนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ เช่น เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ในกระบวนการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจ และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างการผูกขาดทางเศรษฐกิจกับการผูกขาดทางการเมือง เป็นต้น การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะรวมไปถึงแนวทางในการปฏิรูประบบการเมืองการปกครองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจด้วย

4. การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น

หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ประชาชนหลายล้านคนต้องตกงานหรือต้องรับภาระที่หนักหน่วงทางด้านเศรษฐกิจ ในช่วงนั้น ระบบคุ้มครองทางสังคม (Social Protection System) ไม่สามารถช่วยผู้ที่ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจได้มากนัก เงินช่วยเหลือจากทั้งในประเทศและจากต่างประเทศไม่สามารถนำมาใช้ได้เร็วพอที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ถูกกระทบอย่างเต็มที่ และชุมชนและท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็งพอที่จะรองรับต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้มากนัก อย่างไรก็ตาม หลังจากช่วงนั้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้มีการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมหลายด้าน โดยเฉพาะได้มีการให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น รวมทั้งการสร้างความเข้าใจต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งแนวทางเหล่านี้น่าจะทำให้ชุมชนและท้องถิ่นมีภูมิคุ้มกันต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ หรือแม้กระทั่งวิกฤตเศรษฐกิจได้ดีกว่าเดิม ในเวลาเดียวกัน ระบบคุ้มครองทางสังคมได้มีการพัฒนาให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่นในเรื่องการให้บริการทางด้านสุขภาพ ดังนั้น สังคมโดยรวมน่าจะสามารถดูแลผลกระทบจากปัญหาทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ก็คงยังมีช่องว่างที่ต้องปรับปรุงต่อไปอีกหลายด้าน

การระดมความคิดในกลุ่มนี้จะพิจารณาการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและท้องถิ่นสืบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ ตลอดจนการพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม เพื่อประเมินประสิทธิภาพโดยรวมในการที่จะรองรับวิกฤตเศรษฐกิจ ถ้าเกิดขึ้นมาอีก และเสนอแนวทางในการพัฒนาความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น และระบบคุ้มครองทางสังคมต่อไป

- หน่วยงานร่วมจัด -

หน่วยงานที่ร่วมจัดการสัมมนาในครั้งนี้ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

- ผู้เข้าร่วมการสัมมนา -

ผู้เข้าร่วมการสัมมนาจะประกอบด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานของภาครัฐและภาคเอกชน นักวิชาการ และตัวแทนของภาคประชาชน รวมทั้งสิ้นประมาณ 600 คน

กำหนดการสัมมนาวิชาการประจำปี 2549 เรื่อง
“สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง?”
(Toward a Decade after the Economic Crisis: Lessons and Reforms)
วันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9-10 ธันวาคม 2549
โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน จังหวัดชลบุรี
     
รายชื่อผู้เข้าร่วมสัมมนา  
วันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2549  
17:00-22:00 ลงทะเบียน (บริเวณ lobby ตึก Ocean Wing)  
วันเสาร์ที่ 9 ธันวาคม 2549  
06:30-09:00 รับประทานอาหารเช้า (ห้องแกรนด์จอมเทียน)  
09:00-09:15 การเปิดการสัมมนา (ห้องประชุมอีสเทิร์น คอนเวนชั่น เอ บี)
โดย นายอานันท์ ปันยารชุน
ประธานสภาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
09:15-11:00 การร่วมอภิปรายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในหัวข้อ
“สู่หนึ่งทศวรรษหลังวิกฤตเศรษฐกิจ : ได้เรียนรู้และปรับปรุงอะไรบ้าง?”
 
ประธาน: ดร. อำพน กิตติอำพน
เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
ผู้ร่วมอภิปราย:

1. ดร. ธาริษา วัฒนเกส (slide presentation)
ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย

 
  2. ดร. ณรงค์ชัย อัครเศรณี (slide presentation)
ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
 
  3. ดร. โคทม อารียา (slide presentation)
ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
4. นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 
11:00-11:15 พักรับประทานอาหารว่างชา/กาแฟ  
11:15-12:15 การสรุปผลการวิจัยประกอบการสัมมนา โดยคณะวิจัยสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  
ประธาน: ดร. ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
ประธานสถาบัน
 
ผู้ร่วมอภิปราย: 1. ดร. สมชัย จิตสุชน (slide presentation)
ผู้อำนวยการวิจัย (การพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้)
 
  2. ดร. อัมมาร สยามวาลา (slide presentation)
นักวิชาการเกียรติคุณ
 
  3. ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ (slide presentation)
ผู้อำนวยการวิจัย (เศรษฐกิจยุคสารสนเทศ)
 
  4. ดร. ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ (slide presentation)
ผู้อำนวยการวิจัย (การพัฒนาแรงงาน)
 
12:15-13:30 พักรับประทานอาหารกลางวัน (ห้องแกรนด์จอมเทียน)  
13:30-17:00 การประชุมกลุ่มย่อย การประชุมกลุ่มย่อยเพื่อร่วมระดมความคิด โดยแยกเป็น 4 กลุ่มย่อย  
กลุ่มที่ 1 การปรับปรุงการบริหารเศรษฐกิจในระดับมหภาค (slide presentation) (ห้องจันทบุรี)  
ประธานกลุ่ม: ดร. ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์
ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
ผู้ร่วมอภิปราย: 1. หัวข้อ “พัฒนาการของนโยบายการเงินไทยในทศวรรษที่ผ่านมา”
ดร. อัจนา ไวความดี (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
 
  2. หัวข้อ “พัฒนาการนโยบายการคลังหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540”
ดร. สมชัย จิตสุชน (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการวิจัย (การพัฒนาเศรษฐกิจส่วนรวมและการกระจายรายได้)
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
  3. หัวข้อ “การพัฒนาความร่วมมือทางการเงินในภูมิภาคและโครงสร้างระเบียบการเงินของโลกเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤตทางการเงิน”
ดร. ปกรณ์ วิชยานนท์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการวิจัย (ตลาดเงินตลาดทุน) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
 

4. หัวข้อ “การลงทุนขนาดใหญ่ของไทย: บทเรียนจากวิกฤตและแนวทางจัดการสำหรับอนาคต”
ผศ. ณดา จันทร์สม (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการสำนักวิจัย สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

 
 

5. หัวข้อ “การบริหารเศรษฐกิจมหภาคตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”
ดร. ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

 
กลุ่มที่ 2 ความเปลี่ยนแปลงในภาคการเงินและในการอภิบาลบริษัท (slide presentation) (ห้องระยอง)  
ประธานกลุ่ม: ดร. อัมมาร สยามวาลา
นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
ผู้ร่วมอภิปราย: 1. หัวข้อ “การดำเนินการของธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพัฒนาระบบสถาบันการเงิน”
นายเกริก วณิกกุล (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
 
  2. หัวข้อ “รูปแบบธุรกิจใหม่ (Business Model) ของธนาคารพาณิชย์เอกชน”
ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
 
  3. หัวข้อ “สถาบันการเงินเฉพาะกิจ: เครื่องมือของนโยบายรัฐในการเข้าถึงผู้ที่ไม่ได้รับบริการจากธนาคารพาณิชย์”
ดร. เพลินพิศ สัตย์สงวน (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
 
  4. หัวข้อ “สู่หนึ่งทศวรรษวิกฤตเศรษฐกิจ: ตลาดทุนไทยได้เรียนรู้และปรับปรุงสิ่งใดบ้าง”
ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานวิจัยและข้อมูลสารสนเทศ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
 
  5. หัวข้อ “อภิบาลของบริษัทไทยกับการพัฒนาตลาดหุ้นหลังวิกฤตเศรษฐกิจ”
ดร. ชัยสิทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
กลุ่มที่ 3 ธรรมาภิบาลทางการเมืองกับนโยบายทางเศรษฐกิจ (slide presentation) (ห้องชลบุรี)  
ประธานกลุ่ม: ดร. วรพล โสคติยานุรักษ์
รองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
 
ผู้ร่วมอภิปราย: 1. หัวข้อ “เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการปราบคอร์รัปชั่น”
นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ
ประธาน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
ศ. ดร. เมธี ครองแก้ว (slide presentation)
กรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
 
2. หัวข้อ “ธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”
นางสาว สฤณี อาชวานันทกุล (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
นักวิชาการอิสระ
 
  3. หัวข้อ “การผูกขาดทางธุรกิจกับการเมือง”
ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการวิจัย (การบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ)
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
  4. หัวข้อ “ทุนสัมปทานกับธรรมาภิบาลทางเศรษฐกิจ”
ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการวิจัย (เศรษฐกิจยุคสารสนเทศ)
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
กลุ่มที่ 4 การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและท้องถิ่น (ห้องอีสเทิร์น คอนเวนชั่น ซี)  
ประธานกลุ่ม: นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
 
ผู้ร่วมอภิปราย: 1. หัวข้อ “เก้าปีหลังวิกฤติเศรษฐกิจ: ชุมชนท้องถิ่นเกิดการเปลี่ยนแปลงและเรียนรู้อะไรบ้าง” ( เอกสารประกอบการสัมมนา, แผนภูมิแสดงนโยบาย/ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของชุมชนท้องถิ่นในช่วงปี 2540-2549)
คุณสมสุข บุญญะบัญชา
ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)
นายแก้ว สังข์ชู
ปราชญ์ชาวบ้าน ศูนย์ประสานงานภาคีองค์กรเครือข่ายชุมชน จังหวัดพัทลุง
 
  2. หัวข้อ “บทบาทท้องถิ่นกับการสร้างชุมชนน่าอยู่ และเมืองน่าอยู่”
รศ. วุฒิสาร ตันไชย (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการวิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า
 
  3. หัวข้อ “ฐานข้อมูลชุมชนที่ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิต”
ดร. พิพัฒน์ ยอดพฤติการ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์
มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
 
  4. หัวข้อ “เศรษฐกิจพอเพียง:ทางเลือก หรือ ทางหลักเพื่อการบริหารจัดการนโยบายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง”
ดร. วิชัย ตุรงค์พันธุ์ (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้อำนวยการโครงการปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
 
  5. หัวข้อ “สู่เศรษฐกิจพอเพียง: การออมของครัวเรือนในจังหวัดสงขลา”
ศ. ดร. จรัส สุวรรณมาลา (เอกสารประกอบการสัมมนา)
คณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
 
  6. หัวข้อ “หลักประกันสุขภาพของคนไทย: เส้นทางสู่หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า”
ดร. วิโรจน์ ณ ระนอง (slide presentation, เอกสารประกอบการสัมมนา)
ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
 
19:00 รับประทานอาหารค่ำ (บริเวณสนามหญ้าริมทะเล)  
วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2549  
06:30-09:00 รับประทานอาหารเช้า (ห้องแกรนด์จอมเทียน)  
09:00-10:30 การประชุมร่วมเพื่อเสนอผลการประชุมกลุ่มย่อย (ห้องประชุมอีสเทิร์น คอนเวนชั่น เอ บี)
สรุปการประชุมกลุ่มย่อย กลุ่มที่ 1, กลุ่มที่ 2, กลุ่มที่ 3, กลุ่มที่ 4 (slide presentation, text)
 
ประธาน: ดร. จุรี วิจิตรวาทการ
ประธานศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
 
ผู้ร่วมอภิปราย: ผู้แทนของกลุ่มย่อยต่างๆ  
10:30-11:00 พักรับประทานอาหารว่างชา/กาแฟ  
11:00-12:00 การเปิดอภิปรายทั่วไป  
12:00-12:05 การปิดการประชุม  
12:05-13:30 รับประทานอาหารกลางวัน (ห้องแกรนด์จอมเทียน)  
14:00 Check Out และเดินทางกลับ  
สนใจสั่งซื้อเอกสารประกอบการสัมมนาประจำปี 2549 โปรดอ่านรายละเอียดที่นี่