งานวิจัยของ TDRI

 


การแสวงหาผลประโยชน์จากข้อตกลงการเปิดเสรี (Free Trade Agreements: FTAs) ระยะที่ 3


 

รัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามในความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ JTEPA ซึ่งมีผล
บังคับใช้แล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 และกำลังจะบรรลุความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ
AJCEP ร่วมกับประเทศอื่นในอาเซียน รายงานฉบับนี้มุ่งที่จะศึกษาว่า ผู้ประกอบการไทยสามารถ
เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความตกลง JTEPA ได้มากน้อยเพียงใดในช่วงที่ผ่านมา ประสบ
อุปสรรคหรือไม่อย่างไร และควรมีการดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเก็บ
เกี่ยวผลประโยชน์จากความตกลงดังกล่าวได้มากขึ้นในอนาคต

ในทางวิชาการ เราสามารถวัดประโยชน์ของความตกลงทางการค้าเสรีได้จากสวัสดิการ
สังคม (social welfare) ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ การวัดสวัสดิการสังคมที่
เปลี่ยนแปลงไปไม่สามารถทำได้โดยง่ายนัก โดยเฉพาะความตกลงที่เพิ่งมีผลบังคับใช้ไปไม่นาน
เช่น ความตกลง JTEPA ในการศึกษานี้ คณะผู้วิจัยได้เสนอให้วัดประโยชน์ของความตกลง
ทางการค้าเสรีจาก “มูลค่าภาษีศุลกากรที่ประหยัดได้” (tariff saving) แทน เนื่องจากภาษี
ศุลกากรเป็นอุปสรรคทางการค้าที่สำคัญ การลดภาษีศุลกากรลงจากความตกลงการค้าเสรีจึง
น่าจะมีผลในการช่วยเพิ่มปริมาณการค้า (trade creation) และเพิ่มสวัสดิการของสังคม หากไม่
เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การเบี่ยงเบนทางการค้า (trade diversion)

นอกจากวัดมูลค่าภาษีศุลกากรที่ประหยัดได้แล้ว คณะผู้วิจัยยังได้วิเคราะห์ปัจจัย 3
ประการ ที่มีผลต่อมูลค่าภาษีศุลกากรที่ประหยัดได้คือ 1) ความครอบคลุมของมูลค่าการค้าที่ได้รับ
การลดภาษีศุลกากรในความตกลง 2) แต้มต่อทางภาษีที่ได้รับจากการลดภาษีศุลกากรให้ต่ำกว่า
อัตรา MFN 3) อัตราการใชสิ้ทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้นจริง เมื่อความตกลงมีผลบังคับใช้

(06/01/52)



ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ nuttawut@tdri.or.th

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)