งานวิจัยของ TDRI

 


การแสวงหาผลประโยชน์จากข้อตกลงการเปิดเสรี (Free Trade Agreements: FTAs) ระยะที่ 2


 

ารวิเคราะห์ว่าผู้ประกอบการได้รับประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีหรือไม่ ทำได้โดยการวิเคราะห์ความครอบคลุมของความตกลง แต้มต่อด้านภาษีศุลกากรโดยเฉลี่ยที่ผู้ประกอบการจะได้รับ และอัตราการใช้สิทธิประโยชน์ การพิจารณาเพียงแค่สัดส่วนการค้า ภายใต้การใช้เอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าต่อมูลค่าการค้ารวม อาจจะทำให้ได้ข้อสรุปที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ดังเช่นที่มักมีการเข้าใจกันว่าความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งภาคส่งออกและนำเข้าไม่มากนัก ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น

จากการวิเคราะห์พบว่า ผู้ประกอบการภาคส่งออกไทยได้รับประโยชน์จากความตกลง AFTA เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2549 ความตกลง AFTA ช่วยให้สินค้าไทยที่ส่งออกไปประเทศในอาเซียนได้รับส่วนลดทางภาษีศุลกากร (tariff savings) ร้อยละ 4.06 จากความตกลงซึ่งมีความครอบคลุมร้อยละ 35.23 ของมูลค่าการค้า และได้รับแต้มต่อทางภาษีเฉลี่ยร้อยละ 17.02 โดยผู้ประกอบการได้ขอใช้สิทธิประโยชน์ร้อยละ 51.12 (ดูภาพที่ 1 ประกอบ) อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยยังสามารถแสวงหาผลประโยชน์มากขึ้นอีกได้

(13/08/51)



ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ nuttawut@tdri.or.th

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)