Rob Portman

ที่มา: Stemming the tide, The Economist print edition, Jun 16th, 2005

นปัจจุบันผู้ที่ทำงานด้านนิติบัญญัติของอเมริกาดูเสมือนว่าจะสงสัยในโลกาภิวัตน์มากขึ้นทุกที และยังลังเลที่เห็นด้วยกับการตกลงการค้าเสรีใหม่ๆ ในขณะเดียวกันทีมของประธานาธิบดี จอร์จ บุช กำลังพยายามที่จะใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อที่จะผลักดันความตกลงการค้าเสรีกับอเมริกากลาง(CAFTA) ผ่านรัฐสภา ในทางกลับกันอเมริกาได้ใช้มาตรการโควต้ากับสินค้าสิ่งทอนำเข้าของจีนหลายชนิด และถ้ารัฐบาลจีนยังไม่ดำเนินการบางอย่างกับการตรึงค่าเงินหยวน ความเสี่ยงที่เกิดจากลัทธิปกป้องทางการค้าจะตามมาอย่างมาก

แม้ว่าความขัดแย้งในเรื่องการอุดหนุนเครื่องบินโบอิ้งกับแอร์บัสระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรปจะเงียบลงไปด้วยการส่งเรื่องร้องเรียนไปที่องค์การการค้าโลก แต่ความสัมพันธ์ทางการค้าเป็นเรื่องที่จะต้องถูกทดสอบต่อไป ในขณะที่การเจรจาทางการค้าทวิภาคีระหว่างสหรัฐกับยุโรป (EU-US trade summit) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีผลคืบหน้ามากขึ้น แต่การเจรจาการค้าโลกในรอบโดฮาไม่มีท่าทีว่าจะข้ามพ้นปัญหาทางการเมืองได้ ซึ่งสหรัฐอเมริกายังถือว่าห่างไกลในการแสดงถึงความเป็นผู้นำของการค้าเสรี มากไปกว่านั้น อเมริกาจะหลีกเลี่ยงการลื่นถอยหลังในเรื่องการค้าเสรีได้หรือไม่

สิ่งต่างๆ ข้างต้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ขึ้นอยู่อย่างสูงกับ ร็อบ พอร์ทแมน เพื่อนคนสนิทของประธานาธิบดีบุช และอดีตผู้นำฝ่ายนิติบัญญัติของพรรครีพับบลิกัน ผู้ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา (USTR) พอร์ทแมน ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนที่ บ็อบ โซลลิค ผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในความเป็นปัญญาชน รวมทั้งทักษะในการเจราการค้า แต่ไม่เคยใกล้ชิดกับฝ่ายนิติบัญญัติแต่อย่างใด ในทางตรงข้าม พอร์ทแมน ถือว่าตนเองเป็นปัญญาชนน้อยกว่า ความคิดของเขาต่อการค้าเสรีเป็นลักษณะของการใช้สัญชาตญาณมากกว่าการวิเคราะห์ แต่อย่างไรก็ตามในฐานะที่เป็นนักกฎหมายในฝ่ายนิติบัญญัติที่เน้นเรื่องการค้า รวมทั้งมีบทบาทสำคัญเบื้องหลังชัยชนะในการออกกฎหมายหลายฉบับในสมัยแรกของประธานาธิบดีบุช โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายในเรื่องการลดภาษี พอร์ทแมนจึงถือได้ว่าเป็นคนที่รู้จักสภาสูงและทัศนะคติของสภาสูงดีกว่าทุกๆคน

มากไปกว่านั้น เขาเป็นคนที่มีผู้ที่ได้รับการยอมรับจากทั้งสองพรรค ซึ่งนับว่าหาได้ยาก พอร์ทแมนเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการต่างประเทศทั้งในด้านประสบการณ์ เขาภูมิใจในการไปอยู่ที่สวีเดนในวัยเด็ก และฝรั่งเศสเมื่อเป็นนักเรียน เขาสามารถพูดภาษาสเปนและฝรั่งเศส รวมทั้งเขาเข้าได้เข้าร่วมประชุมที่ Davos ซึ่งเป็นการประชุมผู้นำระดับโลกอยู่บ่อยครั้ง เขาถือว่าเป็นนักการระหว่างประเทศที่มีผู้ยอมรับจากทั้ง 2 พรรคการเมือง

คำถามคือว่าเขาจะผลักดันนโยบายการค้าเสรีได้ไหม?

บททดสอบแรกคือ ความตกลงการค้าเสรีอเมริกากลาง (CAFTA) แม้อเมริกากลางจะเป็นภูมิภาคที่เล็กแต่การเมืองเป็นประเด็นที่สำคัญในการตกลงการค้านี้ แม้ว่าพอร์ทแมนไม่มีอะไรที่จะดำเนินการต่อแนวความคิดเรื่องนี้ที่ได้มีการลงนามไปแล้วกว่า 1ปี แต่บททดสอบของเขาคือการผลักดันเรื่องนี้เข้าไปยังรัฐสภา ซึ่งประธานาธิบดีบุชได้ประกาศว่า CAFTA นั้นเป็นความสำคัญอันดับต้นของการตกลงทางการค้าสหรัฐในขณะนี้

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา พอร์ทแมนก็ได้พยายามที่จะผลักดันและโน้มน้าวเพื่อนร่วมพรรคริพับบลิกันให้ต่อต้านกับการลอบบี้ในเรื่องของน้ำตาล และรวมทั้งพยายามที่จะทำให้นักการค้าเสรีของเดโมแครทให้ออกเสียงบนพื้นฐานแห่งหลักการ ไม่ใช่บนความเป็นพวกพ้อง

หาก CAFTA ล้มเหลว อิทธิพลของพอร์ทแมนรวมทั้งยุทธศาสตร์การค้าของสหรัฐจะได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ถ้าสำเร็จจะเป็นการง่ายในการมองไปข้างหน้าถึงนโยบายการค้าในอนาคต แม้ว่าจะมีความท้าทายอย่างมากก็ตาม

นอกจากนี้ การเจรจาการค้ารอบโดฮา ในระยะเวลา 6 เดือนต่อไปนี้ ก่อนที่จะถึงการเจรจาระดับรัฐมนตรีการค้าครั้งสำคัญที่ฮ่องกง ควรมีการตกลงในโครงร่างของการตกลงการค้าในภาพรวม ดูเหมือนว่า พอร์ทแมนจะเชื่อมั่นและทุ่มเทให้การเจรจารอบโดฮาเป็นผลสำเร็จ และเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการหาทางออกทางเทคนิคในการวัดกำแพงภาษีของสินค้าเกษตร รวมทั้งการลดอุปสรรคในสินค้าอุตสาหกรรม

แม้ความมีชัยใน CAFTA จะเกิดขึ้น แต่ปัญหาก็คือว่า เขาอาจจะไม่สามารถที่จะเน้นไปในการที่จะทำให้การเจรจารอบโดฮาประสบความสำเร็จได้ เพราะเวลาส่วนใหญ่จะต้องใช้ไปการแก้ปัญหาที่ถูกรัฐสภากดดัน ในเรื่องที่ต้องตกลงกับประเทศจีนเป็นหลัก ด้วยการที่สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น และจีนไม่มีท่าทีว่าจะทำให้ค่าเงินหยวนแข็งขึ้นอย่างที่ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐต้องการ ดังนั้นเป็นไปได้ว่ากฎหมายปกป้องการค้าจากจีนจะปรากฏให้เห็นมากขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีใครรู้ว่าพอร์ทแมนจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

ด้วยคำสัญญาแบบสัญชาตญาณในการผลักดันการค้าเสรี และด้วยการที่จะให้คนอเมริกันตระหนักถึงความอันตรายของลัทธิปกป้องการค้า เขาได้ใช้ทัศนะเหล่านี้แบบนักการเมืองที่จะเข้าไปดำเนินการในเรื่องการค้ากับจีน เขาได้สัญญาว่าจะมีการทบทวนนโยบายการค้ากับจีนอย่างละเอียด เขาพูดถึงความสำคัญที่จะต้องมีดุลการค้าที่ดีขึ้น และเขาเชื่อว่าเงินหยวนเป็นเหมือนฟุตบอลทางการเมือง มันเป็นสิ่งที่มีผลกระทบทางเศรษฐกิจ "ในเวลาที่เงินดอลล่าร์อ่อนลง เราได้ประโยชน์อย่างมากจากการค้ากับสหภาพยุโรป แต่เราไม่ได้ประโยชน์เลยจากประเทศที่มีส่วนเกินทางการค้ากับสหรัฐมากที่สุดอย่างประเทศจีน" นับว่าเป็นมุมมองที่มีเหตุผลโดยเปรียบเทียบกับหลายคนในสภาคองเกรส ซึ่งคนเหล่านั้นชี้ว่านี่ไม่ใช่บทสุดท้ายในการกำหนดมีมาตรการปกป้องทางการค้ากับประเทศจีน



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)