คำถามทั่วไป FTA คืออะไร
มีความตกลงอะไรบ้างที่รวมอยู่ใน FTA
สถานะการเจรจาปัจจุบัน ไทยทำ FTA กับประเทศใดไปแล้วบ้าง และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา กับประเทศใดอีก
ผลกระทบจากการทำ FTA ประชาชนไทยโดยทั่วไปจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA
ในฐานะผู้บริโภค ประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA
ผู้ประกอบธุรกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA
เกษตรกรไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA
แรงงานไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA
ผู้ประกอบวิชาชีพไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

คำถามทั่วไป

FTA คืออะไร

Free Trade Agreement (FTA) คือความตกลงร่วมกันระหว่างประเทศตั้งแต่ 2 ประเทศขึ้นไป เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น

กลับสู่ด้านบน

มีความตกลงอะไรบ้างที่รวมอยู่ใน FTA

ประเด็นในการเจรจา FTA ทุกความตกลงจะครอบคลุมไปถึงการค้าสินค้า (trade in goods) ในสาขาต่างๆ อย่างครอบคลุม นอกจากนี้ FTA กับประเทศพัฒนาแล้วเช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลียมักครอบคลุมไปถึงการค้าบริการ (trade in services) และการลงทุน (investment) ตลอดจนประเด็นใหม่ๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (government procurement) การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (intellectual property rights protection) นโยบายการแข่งขันทางการค้า (competition policy) และมาตรการความร่วมมืออื่นๆ

กลับสู่ด้านบน


สถานะการเจรจาปัจจุบัน

 

ไทยทำ FTA กับประเทศใดไปแล้วบ้าง และกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจา กับประเทศใดอีก

นอกเหนือจากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) แล้ว ในปัจจุบัน ไทยได้ทำ FTA กับ ประเทศบาห์เรน จีน อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ ในปัจจุบัน ไทยยังกำลังเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ ได้แก่ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เอฟต้า (EFTA) และ เปรู

คลิกที่นี่ เพื่อดูกำหนดการเจรจา FTA ของไทยในปฏิทินเหตุการณ

กลับสู่ด้านบน

ประเทศที่เจรจาผ่านไปแล้วเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อใด

ความตกลง FTA ที่ไทยทำกับประเทศต่างๆ เริ่มมีผลบังคับใช้ดังต่อไปนี้

FTA
วันที่เริ่มมีผลบังคับใช้
ไทย-บาห์เรน
29 ธันวาคม 2545
ไทย-จีน
1 ตุลาคม 2546
ไทย-อินเดีย
1 กันยายน 2547
ไทย-ออสเตรเลีย
1 มกราคม 2548
ไทย-นิวซีแลนด์
1 กรกฎาคม 2548
กลับสู่ด้านบน


ผลกระทบจากการทำ FTA

ประชาชนไทยโดยทั่วไปจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

ประชาชนไทยแต่ละกลุ่มจะได้รับผลกระทบจากการทำ_ FTA ที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าเป็นผู้บริโภค ผู้ผลิต เกษตรกร หรือแรงงาน ในสาขาเศรษฐกิจต่างๆ โดยรวมแล้ว ประชาชนแต่ละคนอาจได้รับผลกระทบในหลายแง่มุมเพราะอาจเป็นผู้ผลิตในสาขาหนึ่ง และเป็นผู้บริโภคในอีกสาขาหนึ่ง เป็นต้น

กลับสู่ด้านบน

ในฐานะผู้บริโภค ประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

ในฐานะผู้บริโภค ประชาชนไทยโดยทั่วไปน่าจะได้รับผลกระทบด้านบวกคือ จะมีทางเลือกในการซื้อสินค้าและบริการต่างๆ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้นหรือมีราคาที่ถูกลง หากสินค้าหรือบริการนั้นอยู่ในขอบเขตที่ถูกเปิดเสรีใน FTA เช่น อาจจะสามารถเลือกซื้อผัก-ผลไม้เมืองหนาวจากจีนที่มีราคาถูกได้

อย่างไรก็ตาม FTA อาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในการบริโภคสินค้าหรือบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่ปลอดภัย เช่น ผักผลไม้ที่มีสารพิษตกค้าง หากเราไม่มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพียงพอ

กลับสู่ด้านบน

ผู้ประกอบธุรกิจไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

ผู้ประกอบการไทยจะได้รับผลกระทบในด้านบวกหรือด้านลบจาก FTA ขึ้นอยู่กับว่า เป็นผู้ประกอบการในสาขาใด

หากเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าในสาขาที่ประเทศคู่ค้าของเราเปิดเสรีให้ เช่น ได้รับการลดอัตราภาษีศุลกากร ผู้ประกอบการไทยก็จะมีโอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร หรือเสียในอัตราที่ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศคู่แข่ง และจะไม่ถูกกีดกันการเข้าสู่ตลาด (market access) ในตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าแข่งขันกับสินค้านำเข้า ในสาขาที่ประเทศไทยเปิดเสรีทางการค้าให้แก่ต่างประเทศ ผู้ประกอบการไทยก็จะได้รับผลกระทบในด้านลบจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น หากไม่สามารถปรับตัวได้ทัน

กลับสู่ด้านบน

เกษตรกรไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

เกษตรกรถือเป็นผู้ประกอบการกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น ผลกระทบจาก FTA ต่อเกษตรกรจะเป็นบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับว่าผลิตสินค้าเกษตรในกลุ่มใด (เป็นสินค้าส่งออกที่ประเทศคู่ค้าเปิดเสรีให้ หรือเป็นสินค้าเกษตรที่แข่งขันกับสินค้านำเข้า) และมีคุณภาพ ตลอดจนต้นทุนในการแข่งขันเทียบกับประเทศคู่แข่งเป็นอย่างไร

กลับสู่ด้านบน

แรงงานไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

FTA โดยทั่วไปเป็นการเปิดเสรีการค้าสินค้า การลงทุน และบริการ โดยไม่มีการเปิดเสรีด้านแรงงาน อย่างไรก็ตามในระยะสั้น แรงงานจะได้รับผลกระทบคล้ายกับผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของโรงงาน กล่าวคือ จะได้รับผลกระทบเป็นบวกหรือลบ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแรงงานผลิตสินค้าส่งออกที่ประเทศคู่ค้าเปิดเสรีให้ หรือผลิตสินค้าแข่งขันกับสินค้านำเข้า

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวแล้ว ผลกระทบต่อแรงงานจะขึ้นอยู่กับว่า ตลาดแรงงานของไทยโดยรวมขยายตัวหรือหดตัวจากการทำ FTA และแรงงานมีความสามารถในการปรับตัวเพียงใด เช่น หากการแข่งขันจาก FTA ทำให้ผู้ประกอบการต้องปิดโรงงานไป แรงงานอาจตกงานชั่วคราว แต่อาจหางานใหม่ได้ในเวลาไม่นานในสาขาที่มีการขยายตัวได้ หากมีทักษะที่เหมาะสม

แรงงานในกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดก็คือ แรงงานที่อยู่ในสาขาที่ประเทศไทยไม่มีความสามารถในการแข่งขัน และเป็นแรงงานที่ไม่สามารถปรับตัวได้โดยง่าย เช่น สูงอายุ หรือมีระดับการศึกษาน้อย

การเตรียมตาข่ายทางสังคมเพื่อรองรับการตกงานในบางสาขา และการเตรียมกลไกในการฝึกอบรมทักษะแรงงานเพื่อให้พร้อมสำหรับเข้าสู่ตลาดแรงงานใหม่จึงเป็นประเด็นทางนโยบายที่มีความสำคัญสูงมาก

กลับสู่ด้านบน

ผู้ประกอบวิชาชีพไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไรจากการทำ FTA

ผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น สถาปนิก วิศวกร นักบัญชี นักกฎหมาย ถือเป็นแรงงานประเภทหนึ่ง อย่างไรก็ตาม FTA หลายความตกลง โดยเฉพาะ FTA กับประเทศพัฒนาแล้ว มักมีความตกลงการเปิดเสรีด้านวิชาชีพ ซึ่งประเทศคู่ค้าทำความตกลงยอมรับคุณสมบัติวิชาชีพของกันและกัน (ที่เรียกกันว่า Mutual Recognition Agreement หรือ MRA) ซึ่งทำให้นักวิชาชีพจากประเทศหนึ่งเข้าไปทำงานในอีกประเทศหนึ่งได้

ผลกระทบจาก FTA ต่อนักวิชาชีพจึงคล้ายผลกระทบของผู้ประกอบการ กล่าวคือ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นนักวิชาชีพในสาขาที่มีความสามารถในการแข่งขันกับนักวิชาชีพจากต่างประเทศหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันด้านวิชาชีพจะมีลักษณะที่แตกต่างจากการแข่งขันของสินค้า และแตกต่างกันไปตามสาขาวิชาชีพ เพราะบริการวิชาชีพมักมีลักษณะเฉพาะ

ดังนั้น จึงเป็นการยากที่ทนายความของประเทศหนึ่งจะสามารถไปว่าความในอีกประเทศหนึ่งได้ เพราะระบบกฎหมายไม่เหมือนกัน ในขณะที่บริการด้านบัญชีของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ก็ไม่เท่ากับในกรณีของบริการด้านกฎหมาย บริการด้านบัญชีจึงมีความเสี่ยงต่อการแข่งขันมากกว่าบริการกฎหมาย เป็นต้น

กลับสู่ด้านบน



สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)