สรนา บุญบรรลุ
โครงการ FTAdigest ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เริ่มเผยแพร่: 29/03/49


มื่อวันที่ 14 มีนาคม 2549 นาย ลี แฮชาน นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานาธิบดีโนห์ มู เฮียน เพื่อแสดงความรับผิดชอบกรณีถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าบกพร่องต่อหน้าที่ เนื่องมาจากเมื่อ 1 มี.ค.ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ นายลีเดินทางไปเล่นกอล์ฟกับกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจ แทนที่จะแก้ปัญหาม็อบการรถไฟประท้วงหยุดงาน ซึ่งล่าสุด ประธานาธิบดีโนห์อนุมัติหนังสือลาออกของนายลีเรียบร้อยแล้ว

ความเหลื่อมล้ำทางรายได้และความไม่เท่าเทียมกันของประชาชนภายในประเทศซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมานานเริ่มทำให้ความนิยมของประชาชนต่อพรรค URI ที่นำโดยนาย โนห์ มู เฮียน และตัวนายโนห์เองเริ่มเสื่อมลง และเนื่องจากเกาหลีใต้กำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วประเทศในวันที่ 31 มีนาคม นาย ลี แฮชาน จึงต้องเป็นแพะรับบาปและลาออก เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นภายในประเทศ

เมื่อกล่าวในแง่เศรษฐกิจ ประเทศจีนถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจของเกาหลีใต้เติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถฟื้นตัวได้อย่างอย่างรวดเร็วจากวิกฤติฟองสบู่ที่เกิดจากปัญหาการใช้บัตรเครดิต สำหรับเกาหลีใต้ ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในประเทศคือ บริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์เพื่อการใช้สอยที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเซียรองจากบริษัทโตโยต้า การเน้นการผลิตสินค้าเทคโนโลยีต่ำของจีนและความต้องการของตลาดภายในประเทศต่อสินค้าเทคโนโลยีสูงจากเกาหลีใต้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลในด้านดีอย่างมากต่อบริษัทขนาดใหญ่เช่น ซัมซุง แต่ในขณะเดียวกันกลับสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อบริษัทขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าเทคโนโลยีต่ำและไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าที่ผลิตจากจีนซึ่งมีราคาถูกกว่ามากได้

สองในห้าของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในเกาหลีใต้ประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินการ ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ที่ได้รับสินเชื่อจากรัฐบาลกลับได้กำไรมหาศาล ในขณะเดียวกัน ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางรายได้ก็ขยายกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ คนงานที่ทำงานในบริษัทขนาดเล็กได้รับเงินค่าจ้างแค่ 3 ใน 5 ของเงินค่าจ้างที่คนงานในบริษัทขนาดใหญ่ได้รับ ด้วยอนาคตที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนักของบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากภายในประเทศทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้เล็งเห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องเตรียมหาแหล่งงานแหล่งใหม่เพื่อรองรับคนงานที่อาจตกงานในอนาคต และนี้คือสาเหตุสำคัญที่ประธานาธิบดีโนห์ พยายามที่จะเจรจาความตกลงเสรีทางการค้าหรือ FTA กับสหรัฐ การทำ FTA กับสหรัฐจะเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของเกาหลีใต้เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 รองจากประเทศจีนและญี่ปุ่น และยิ่งไปกว่านั้นความตกลง FTA นี้จะเป็นความตกลงเสรีทางการค้าที่สำคัญที่สุดสำหรับอเมริกานับตั้งแต่การบรรลุความตกลง NAFTA ในปี 1994

ถึงแม้ว่าจะมีกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่ได้รับการปกป้องจากรัฐบาล รวมทั้งกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอุตสาหกรรม สหภาพการค้า และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ แต่ความตกลง FTA กับสหรัฐ ก็ได้รับการคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างงานมากกว่า 100,000 ตำแหน่งให้แก่ชาวเกาหลีใต้ และยังจะเพิ่ม GDP ของประเทศขึ้นอีกร้อยละ 2 ผู้กำหนดนโยบายบางคนเห็นว่า FTA จะเร่งการปฏิรูปเศรษฐกิจในส่วนที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจภาคการบริการได้รับการปกป้องมากเกินไป จนไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้น การแปรรูปรัฐวิสาหกิจยังน้อยเกินไป การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐส่วนใหญ่ยังไม่มีการเปิดให้ยื่นซองประกวดราคาในลักษณะแข่งขัน ตลาดทุนภายในประเทศยังไม่พัฒนาอย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลยังคงควบคุมระบบการธนาคารมากจนเกินไป วิกฤติการณ์เศรษฐกิจทางการเงินในปี 1997-1998 มีผลทำให้กลุ่มแชโบล (chaebol) ต้องปรับโครงสร้างใหม่และเปิดเสรีระบบการธนาคารที่กลุ่มตนครอบงำมานานในบางส่วนให้แก่ทุนจากต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีใต้ยังกล่าวอีกว่า ความตกลง FTA จะกระตุ้นให้เกิดการปฏิรูปทางเศรษฐกิจภายในประเทศอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเกาหลีใต้รอคอยมานาน

การเจรจา FTA ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ได้มีการวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อให้เกิดผลกระทบที่ดีที่สุดในทุกๆด้าน การมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ใกล้ชิดมากขึ้นกับสหรัฐจะช่วยให้เกาหลีใต้สามารถถ่วงดุลทางเศรษฐกิจกับจีนที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามคำถามที่สำคัญที่สุดคือ สุดท้ายความตกลง FTA สหรัฐ-เกาหลีใต้จะสำเร็จหรือไม่ การเจรจา FTA อาจจะเริ่มขึ้นภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปของเกาหลีใต้ที่คาดว่าพรรคของนาย โนห์ มู เฮียน จะไม่ได้รับคะแนนเสียงมากเท่าที่ควรและพรรคการเมืองฝ่ายค้านจะเป็นผู้ที่ได้รับชัยชนะในครั้งนี้ นอกจากนั้น การเจรจาอาจจะต้องถูกเลื่อนออกไปอีกจนถึงกลางปีหน้าเพื่อให้เวลาแก่ประธานาธิบดีบุชในการโน้มน้าวให้รัฐสภาอนุมัติการทำความตกลง FTA นี้ก่อนที่อำนาจในการทำความตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ (TPA) จะหมดลงในเดือนมิถุนายน 2007

กล่าวโดยสรุป ความสำเร็จของความตกลง FTA สหรัฐ-เกาหลีใต้ ยังอยู่ห่างไกลและเต็มไปด้วยปัญหาและอุปสรรคต่างๆ มากมาย



ที่มา: The economist ฉบับวันที่ 16 มีนาคม 2006



ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ nuttawut@tdri.or.th

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)