สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
 

 

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์
โครงการ FTAdigest ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เริ่มเผยแพร่: 18/05/49


คำถามยอดฮิตที่ผมได้รับอยู่เสมอเมื่อไปบรรยายในที่ต่างๆ ก็คือ “ช่วยบอกหน่อยว่า FTA ดีหรือไม่ดีสำหรับคนไทย ?” คำตอบก็คือ “ก็แล้วแต่ว่าคุณเป็นใคร” เพราะ FTA ในบางเรื่องส่งผลดีต่อคนกลุ่มหนึ่ง แต่ก็ส่งผลเสียต่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง เปรียบเสมือนมนุษย์ที่มีหน้าสี่เหลี่ยมสี่ด้านนั่นเอง

ที่เรียกว่า สี่เหลี่ยมสี่ด้านในที่นี้ไม่เกี่ยวกับ นายกรัฐมนตรีผู้ริเริ่มการเจรจา FTA ทั้งหลายของไทย แต่หมายถึง หากเราแบ่งผู้มีส่วนได้เสียในประเทศไทยอย่างหยาบๆ ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ผู้ประกอบการและผู้บริโภค เราจะพบว่า ผลกระทบของ FTA ที่มีต่อประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 กรณีคือ

กรณีที่ 1 ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ ผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ เช่น

สิ่งทอ : FTA ไทย-สหรัฐฯ จะทำให้ผู้ผลิตสิ่งทอของไทยมีโอกาสส่งออกได้มากขึ้น เพราะสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดของไทย ในเวลาเดียวกัน FTA ก็จะช่วยให้ผู้บริโภคไทยได้ประโยชน์ด้วย เพราะปัจจุบัน รัฐบาลไทยตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสิ่งทอไว้ในอัตราที่สูง ซึ่งจำกัดทางเลือกของผู้บริโภคไทยเอง

ยานยนต์ : ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภูมิภาค FTA จะทำให้ผู้ประกอบการในไทย (ซึ่งมีทั้งบริษัทข้ามชาติและบริษัทไทย) ได้ประโยชน์จากการส่งออกยานยนต์โดยเฉพาะรถปิคอัพมากขึ้น เช่น ใน FTA ไทย- ออสเตรเลีย ออสเตรเลียได้ยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์นั่งและรถปิคอัพ ให้กับประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน FTA ก็จะทำให้ผู้บริโภคไทยสามารถซื้อรถยนต์นำเข้าได้ในราคาที่ต่ำลง โดยใน FTA ไทย-ออสเตรเลีย ไทยได้ยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์นั่งขนาดเกินกว่า 3,000 ซีซี จากแต่เดิมที่มีอัตราภาษี 80% และลดภาษีนำเข้ารถยนต์นั่งขนาดต่ำกว่า 3,000 ซีซี จากเดิม 80% ลงเหลือ 30% และจะเหลือ 0% ในปี 2010

กรณีที่ 2 ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ แต่ผู้บริโภคได้ประโยชน์

ตลาดภายในประเทศไทยในบางสาขาเช่น บริการโทรคมนาคม หรือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐในบางด้านมีการแข่งขันน้อย การเปิดเสรีจาก FTA จะทำให้ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ แต่ผู้บริโภคได้ประโยชน์

บริการด้านโทรคมนาคม : การเปิดเสรีโทรคมนาคมจาก FTA ไทย-สหรัฐฯ จะเพิ่มการแข่งขันภายในประเทศ ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่ครอบงำตลาดอยู่ เสียประโยชน์ แต่ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์จากบริการที่มีราคาถูกลงและมีทางเลือกมากขึ้น

การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ : ตลาดการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของไทยในบางด้าน เช่น การก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ ยังไม่มีการแข่งขันอย่างเพียงพอ เช่น 88% ของมูลค่าโครงการก่อสร้างของรัฐที่มีขนาดเกิน 280 ล้านบาท อยู่ในมือของผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของไทยเพียง 5 รายเท่านั้น

การเปิดเสรีการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ จะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างประเทศสามารถเข้ามาร่วมในการประมูลโครงการต่างๆ ซึ่งทำให้มีการแข่งขันมากขึ้น ผู้บริโภคซึ่งในกรณีนี้ก็คือ รัฐ (หรือในที่สุดก็คือประชาชนผู้เสียภาษี) จะได้ประโยชน์จากการจัดจ้างโครงการก่อสร้างในราคาที่ถูกลง

กรณีที่ 3 ผู้ประกอบการเสียประโยชน์ ผู้บริโภคก็เสียประโยชน์

อีกภาพสถานการณ์หนึ่งของ FTA ที่คนไม่ค่อยคิดกันก็คือ FTA อาจทำให้เกิดการผูกขาดจากผู้ประกอบการต่างประเทศ ซึ่งทำให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยเสียประโยชน์ เช่น

ทรัพย์สินทางปัญญา : ในการเจรจาเรื่องของยาใน FTA ไทย-สหรัฐฯ สหรัฐฯ ต้องการให้ไทยให้การคุ้มครองผลิตภัณฑ์ยาเข้มงวดขึ้น เช่น ให้ขยายอายุการคุ้มครองสิทธิบัตรยา
ในกรณีที่มีการตรวจสิทธิบัตรหรืออนุมัติการวางตลาดยาล่าช้า เป็นต้น

ในกรณีนี้ FTA จะทำให้ยาสามัญของผู้ผลิตไทยเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น และทำให้เกิดความเสี่ยงจากการผูกขาดตลาดยาโดยบริษัทต่างชาติ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตยาสามัญของไทยเสียประโยชน์ เพราะเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคก็เสียประโยชน์จากการแข่งขันในตลาดยาที่จะลดน้อยลง

ตัวอย่างอื่นๆ ในลักษณะเดียวกันก็คือ บริการต่างๆ ที่เคยมีการแข่งขันอยู่บ้างจากผู้ประกอบการไทย แต่ต่อมาหากเปิดเสรีตามกรอบ FTA โดยไม่มีกลไกป้องกันการผูกขาด ก็อาจจะเกิดการครอบงำตลาดโดยผู้ประกอบการต่างชาติได้ ซึ่งทำให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทยเสียประโยชน์

กรณีที่ 4 ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ แต่ผู้บริโภคเสียประโยชน์

ผลกระทบของ FTA อีกกรณีหนึ่งที่เราอาจคาดไม่ถึงก็คือ การเปิดเสรีอาจทำให้ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ แต่ผู้บริโภคเสียประโยชน์ กรณีนี้เกิดในสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการไทยมีความสามารถในการแข่งขัน แต่มีทรัพยากรอยู่อย่างจำกัด และ FTA มีผลทำให้เกิดการแย่งทรัพยากรที่จำกัดนั้นไปจากผู้บริโภค เช่น

บริการด้านสุขภาพ : ใน FTA ไทย-สหรัฐฯ หากมีการเปิดเสรีให้ผู้ป่วยสหรัฐที่เข้ามารักษาพยาบาลในไทยสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากระบบประกันสังคมของสหรัฐได้ FTA ก็จะทำให้ผู้ป่วยสหรัฐเข้ามารักษาพยาบาลในประเทศไทยมากขึ้น ผลที่เกิดขึ้นคือ โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของไทยจะได้ประโยชน์จากผลกำไรที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคคือผู้ป่วยไทย โดยเฉพาะผู้ป่วยในท้องที่ห่างไกล จะขาดแคลนแพทย์มากขึ้น

คำตอบของคำถามที่ว่า “FTA ดีหรือไม่ดีสำหรับคนไทย ?” นั้น จึงไม่สามารถตอบแบบเหมารวมได้ เพราะต้องดูเป็นเรื่องๆ เป็นเหลี่ยมๆ ไป



ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ nuttawut@tdri.or.th