สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)
 

 

วรดุลย์ ตุลารักษ์
โครงการ FTAdigest ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

เริ่มเผยแพร่: 20/06/49


ากดูเผินๆ อาจหลงเชื่อไปว่า อาเซียนพร้อมแล้วในการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน เพราะอาเซียนได้ตกลงหรือกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับหลายประเทศทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ตลอดจนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ และในปลายปีนี้ อาเซียนอาจเริ่มเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป

ในขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศเช่น สิงคโปร์ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ก็ยังได้แยกเจรจา FTA กับประเทศใหญ่อย่าง สหรัฐฯ
แต่อย่าเพิ่งรีบสรุปว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าว เป็นสัญญาณของการเปิดเสรีทางการค้าที่แท้จริงของอาเซียน

สาเหตุที่แท้จริงในการทำ FTA มากมายของอาเซียนก็คือ การประชุมของ WTO รอบโดฮาที่ไม่ราบรื่น จากปัญหาที่สหภาพยุโรปไม่ยอมปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าเกษตรที่อยู่ในระดับสูงของตน และไม่ยอมลงนามในความตกลงทางการค้าใดๆ ที่มีประเทศพม่าเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ทำให้อาเซียนลดความคาดหวังต่อการเปิดเสรีภายใต้กรอบ WTO ลงมาก

อาเซียนจึงกระตือรือร้นต่อการทำ FTA กับประเทศต่างๆ อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม FTA ของอาเซียนยังมีปัญหาที่สำคัญหลายประการที่ต้องแก้ไข และไม่แน่ว่าจะสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ

ประการแรกคือ FTA ทั้งที่อาเซียนลงนามไปแล้วหรือกำลังเจรจาอยู่ทั้ง 5 ความตกลงนั้นเต็มไปด้วยข้อยกเว้นต่างๆ โดยในหลายกรณี เป็นข้อยกเว้นในการเปิดเสรีให้แก่สินค้าที่น่าจะได้รับประโยชน์สูงสุดเช่น ข้าว ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยไม่ร่วมกับอาเซียนในการทำ FTA กับเกาหลีใต้ เนื่องจาก เกาหลีใต้ยืนยันที่จะไม่เปิดเสรีตลาดข้าว

เช่นเดียวกันกับ FTA ระหว่างอาเซียนกับอินเดีย ซึ่งเดิมอินเดียได้เสนอรายการสินค้าอ่อนไหวที่ไม่ต้องการปรับลดภาษีนำเข้าถึง 1,400 รายการ ก่อนจะลดลงมาเหลือประมาณ 850 รายการ ซึ่งก็ยังมากอยู่ดี

ประการที่สอง เนื้อหาของแต่ละ FTA ยังแตกต่างกันมาก เช่น FTA อาเซียน-จีนจะเปิดเสรีเฉพาะการค้าสินค้า ในขณะที่ FTA อาเซียน-เกาหลีใต้จะเปิดเสรีแบบรอบด้านยกเว้นสินค้าเกษตร ส่วน FTA อาเซียน-ญี่ปุ่นในปัจจุบันก็ยังเป็นการเจรจารายประเทศอยู่

ประการที่สามคือ อาเซียนมีระบบราชการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ อันเป็นผลทำให้การค้าเสรีไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง

ทั้งนี้เนื่องจาก ในทางปฏิบัติ การได้สิทธิพิเศษทางภาษีใน FTA เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ผู้ส่งออกจะต้องยื่นเอกสารขอลดภาษีนำเข้า โดยต้องแสดงโครงสร้างต้นทุนสินค้าของตน เพื่อให้ได้ “แหล่งกำเนิด” กระบวนการดังกล่าวทำให้การส่งออกสินค้าต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่ยุ่งยากและซับซ้อน โดยเฉพาะในสภาพที่ระบบราชการมีประสิทธิภาพและความโปร่งใสน้อย

นอกจากนี้ ในแต่ละ FTA ของอาเซียน กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าดังกล่าวก็มีความแตกต่างกันมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงมองว่า การได้รับสิทธิพิเศษใน FTA มีต้นทุนสูงเกินไปและเลือกที่จะจ่ายภาษีอัตราปกติ (MFN rate) แทนอัตราพิเศษใน FTA ส่วนผู้ประกอบการที่เลือกใช้สิทธิพิเศษทางภาษี ก็อาจจะไม่รู้สึกว่า ตนประกอบธุรกิจอยู่ในตลาดร่วมขนาดใหญ่ ที่มีกติกาเดียวกัน

ในทางตรงกันข้าม ยิ่งความตกลงทางการค้าต่างๆ แพร่ขยายมากขึ้น กลับทำให้ความยุ่งยากและความซับซ้อนเพิ่มสูงขึ้นตามมา นักเศรษฐศาสตร์ฝรั่งเรียกปัญหานี้ว่า “ความยุ่งเหยิงในชามสปาเก็ตตี้” (spaghetti bowl effect)

ในเวลาเดียวกัน FTA ที่สำคัญที่สุดคือ FTA กับสหรัฐก็มีปัญหามากมาย ประการสำคัญ สหรัฐกดดันให้ประเทศในอาเซียนเร่งทำ FTA กับสหรัฐฯ เนื่องจาก อำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้รับมอบหมายมาจากรัฐสภาในการเจรจาการค้ากับประเทศต่างๆ กำลังจะหมดลงไปในกลางปีหน้า การทำ FTA กับสหรัฐฯ จึงเต็มไปด้วยความเครียด เพราะต้องตกลงเรื่องยากๆ ในเวลาสั้นๆ (ยกเว้นประเทศไทยที่อาจเลิกเครียดไปแล้ว เพราะคงไม่ทันอยู่ดี)

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเซีย (ADB) เองก็มองว่า FTA ในแบบที่สหรัฐต้องการนั้นอาจจะทำให้การค้าระหว่างประเทศถูกบิดเบือนไป ซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศยากจนที่สุดในภูมิภาค อย่างเช่น กัมพูชา และลาว


ปัญหาอีกประการหนึ่งที่ ADB ชี้ออกมาก็คือ ในสหรัฐฯ และยุโรป บริษัทเอกชนมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเนื้อหาและรูปแบบความตกลงทางการค้า แต่ในเอเซีย บริษัทเอกชนไม่ได้เข้ามามีบทบาทในการทำความตกลงทางการค้ามากนัก ความตกลงทางการค้าส่วนใหญ่ จึงถูกทำขึ้นโดยนักกฎหมายและข้าราชการ ซึ่งมีความเข้าใจต่อธุรกิจและเศรษฐศาสตร์เบื้องต้นน้อยมาก

ปัญหาเหล่านี้จึงทำให้ FTA ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศในอาเซียนอย่างแท้จริง และจะทำให้การค้าในอนาคตในเอเซีย “ยุ่งเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวพันกัน”

 



ข้อมูลและเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปเผยแพร่ต่อ โดยโปรดแจ้งให้ทางทีมงานได้รับทราบที่ nuttawut@tdri.or.th